ซูซูกิ สวิฟท์ 2012 อีโคคาร์ : All New Suzuki Swift 2012 ECO Car

การตลาดอีโคคาร์ ของ ซูซูกิ สวิฟท์ 2012 รุ่นใหม่

Published on 12, March 2012, in News.
ตลาดอีโคคาร์ ของ ซูซูกิ สวิฟท์ 2012

ตลาดอีโคคาร์ ของ ซูซูกิ สวิฟท์ 2012

หลังจากเข้ามาทำตลาดในบ้านเราพักใหญ่ กวาดลูกค้าไปอยู่ในมือเป็นจำนวนมาก วันนี้ค่ายซูซูกิประกาศลั่นกลองรบอีกเที่ยว หลังจากอาวุธชิ้นใหม่ที่ซุ่มพัฒนาและใช้งบฯลงทุนไปกว่า 7 พันล้านบาท เพื่อเข้าร่วมโครงการรถยนต์นั่งขนาดเล็กประหยัดพลังงาน หรือ อีโคคาร์ของรัฐบาลไทย ได้ฤกษ์เปิดตัวและพร้อมลุยตลาดอย่างจริงจัง

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้ร่วมพูดคุยกับ “วัลลภ ตรี ฤกษ์งาม” ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งให้ความมั่นใจกับอาวุธตัวใหม่ และตลาดที่เปิดกว้าง ใครมีโอากสฉกฉวยได้มากเท่าไหร่ก็ทำไป

- เปลี่ยนเครื่องมาเป็น 1.2 ลูกค้ารับได้ ?
ก่อนหน้านี้เราได้มีการสำรวจจากกลุ่มลูกค้า “สวิฟท์คลับ” มาแล้ว ผลตอบรับจากตรงนี้ถือว่าค่อนข้างดี และลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจว่าอีโคคาร์ที่กำลังจะออกสู่ตลาดนี้เป็นคนละเซ็กเมนต์กัน ลูกค้ารู้ว่าอีโคคาร์เป็นรถใช้เพื่อชีวิตในเมืองอย่างคุ้มค่า ประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรนั้นถือว่ากลุ่มลูกค้าค่อนข้าง “ยูนิค” และมีความเป็นตัวของตัวเองค่อนข้างสูงมาก ๆ แต่สวิฟท์อีโคคาร์คันนี้ เราจะเน้นตลาดแมสมากขึ้น และเป็นรถทางเลือกสำคัญ ซึ่งทำให้ลูกค้าหันมาใช้รถที่ประหยัดเพิ่มมากขึ้น

- เป้าหมายวางไว้อย่างไร
อย่างที่ท่านประธานทาคายูคิ ซูกิยามา ได้บอกไปก่อนหน้านี้ว่า เราตั้งเป้าว่าจะขยายอีโคคาร์ปีนี้ประมาณ 10,000 คันนั้นเป็นเป้าหมายขั้นต่ำสุดของซูซูกิ เพราะเราเชื่อว่าจะสามารถทำยอดขายได้มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างแน่นอน ขณะที่ตลาดส่งออก

ในปีนี้ทำได้แน่นอน แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกระยะเวลาและรายละเอียดต่าง ๆ ได้ และเห็นว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2552 เรามียอดขายที่ 2,600 คัน ปี 2553 มียอดขาย 5,600 คัน ปี 2554 มียอดขายเพิ่มเป็น 9,688 คัน และปีนี้เมื่อเรามีอีโคคาร์ออกสู่ตลาดอีกประมาณ 15,000 คัน เราจะทำให้มีส่วนแบ่งตลาดระดับ 2% ให้ได้

- กระแสตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างไร
ตอนนี้เรามียอดจองรถอย่างไม่เป็นทางการแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งถือว่าเกินความคาดหมาย ทีมงานเราก็ต้องมีการประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวันไปจนกว่าจะถึงวันเปิดตัว รอบสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 มี.ค.นี้ และในงานมอเตอร์โชว์วันที่ 26 มี.ค.-8 เม.ย.นี้ รถซูซูกิสวิฟท์ลอตแรกพร้อมส่งมอบได้ทันทีในเดือนเมษายน

- กลุ่มลูกค้าสวิฟท์ คือใคร
อย่างที่บอกว่ากลุ่มลูกค้าของเราเป็นกลุ่มคนที่เน้นความคุ้มค่า ชีวิตในเมือง เรามองว่าหนึ่งในกลุ่มลูกค้าของอีโคคาร์ 20-30% จะเป็นกลุ่มคนที่เปลี่ยนพฤติกรรมจากเดิมที่ใช้รถปิกอัพ และไม่เคยใช้รถเพื่อบรรทุกหันมาเป็นอีโคคาร์ รวมทั้งกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับราคาพลังงาน, กลุ่มผู้หญิงที่เปลี่ยนมาใช้รถยนต์นั่งขนาดเล็กมากขึ้น, กลุ่มนักศึกษาจบใหม่, ข้าราชการที่ได้รับการปรับเงินเดือน, เกษตรกรที่ไม่ต้องการใช้รถปิกอัพ และรวมไปถึงกลุ่มผู้ที่ได้รับผลบวกจากการปรับอัตราค่าครองชีพของภาครัฐ ทำให้มีความสามารถในการผ่อนชำระรถยนต์ได้ ที่เดือนละประมาณ 4-5 พันบาทได้

เราเชื่อว่าเมื่อเราส่งสวิฟท์ทำตลาด รถคันนี้จะปรับเปลี่ยนมุมมองและความคิดของลูกค้าที่มองว่าอีโคคาร์คือรถ กระป๋องนั้นออกไปจากความคิดได้เลย เรากล้าพูดว่าอีโคคาร์คือรถที่ให้แวลู หรือเป็นรถที่ช่วยเพิ่มมูลค่า

- ประเมินการแข่งขันในตลาด
ตลาดอีโคคาร์ซูซูกิ เรามองว่าเป็นตลาดที่ไม่ต้องแข่งขันกันมากนั้น เหมือนจับปลาในทะเล ใครสามารถผลิตและขายได้เท่าไร ก็ทำไป เพราะความต้องการในตลาดมีค่อนข้างมากอีกสิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจ คืออีโคคาร์จะสามารถดึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่ม

ผู้ ใช้รถยนต์มือสองมาได้อีกจำนวนหนึ่ง เนื่องจากเมื่อคำนวณอัตราค่าผ่อนส่งแล้ว รถยนต์มือสองมีค่างวดและดอกเบี้ยที่แพงกว่า ขณะที่อีโคคาร์ผ่อนเดือนละไม่เท่าไร แถมยังได้รถใหม่ และยังเข้าร่วมในโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาลด้วย เรายังเชื่อว่ากลุ่มลูกค้าระดับบี-คาร์ ที่มีการผ่อนค่างวดเดือนละ 8,000-10,000 บาท ซึ่งวันนี้เป็น “พีระมิด” ฐานใหญ่ ก็จะลงมาเล่นตลาดนี้ด้วย

- ตลาดหลักอีโคคาร์ของซูซูกิ อยู่ในรุ่นใด
สำหรับรถธงที่น่าจะเป็นตัวทำตลาดของเรา น่าจะเป็นตัวท็อป และตัวเกียร์อัตโนมัติรุ่นล่าสุด ซึ่งเรามองว่ากำลังซื้อน่าจะอยู่ที่ 2 รุ่นนี้เป็นหลัก เนื่องจากระดับราคาขายจะอยู่ที่ 4-5 แสนบาทเท่านั้น

- มองว่าตลาดปิกอัพโตน้อยลง
แน่นอน ซูซูกิเชื่อว่าตลาดปิกอัพจะมีอัตราการเติบโตลดลง แม้ว่าช่วงที่ผ่านมา เหตุการณ์น้ำท่วมจะมีผลในเชิงจิตวิทยา แต่ในชีวิตจริง กลุ่มผู้บริโภคมีความกังวลในเรื่องของราคาน้ำมันมากกว่า แถมตลาดอีโคคาร์ยังจะได้กลุ่มเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องการขับรถปิกอัพด้วย

- ความพร้อมงานหลังการขาย
จะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมา หลังจากเราเข้ามาทำตลาด เรามีโชว์รูมและศูนย์บริการ 10 แห่ง แต่ในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ขยายเพิ่มเป็น 64 แห่ง และภายในปี 2558 เราจะขยายเพิ่มเป็น 100 แห่ง ตามแผนงาน วันนี้เรามีความเชื่อมั่นว่าเป้าหมายตรงนี้ ซูซูกิจะทำได้เร็วกว่าแผนอย่างแน่นอน ปีนี้จะเป็นปีที่เราเน้นนโนยายด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า หลังจากปี 2554 ที่ผ่านมา

เราเริ่มดำเนินการสร้างความสัมพันธ์กับดีลเลอร์ มีการจัดอบรมทีมงานค่อนข้างเยอะ ตลอดช่วงที่ผ่านมา เราเตรียมงบประมาณไว้ถึง 400 ล้านบาท สำหรับการอบรมเพิ่มเติมตรงนี้อย่างเต็มที่

อย่างที่บอกว่า ปลาในตลาดมีค่อนข้างมาก ดังนั้น ซูซูกิ สวิฟท์ จะเป็นรถที่คุ้มค่าระดับบี-คาร์ แต่ราคาแค่อีโคคาร์

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ



Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Home News การตลาดอีโคคาร์ ของ ซูซูกิ สวิฟท์ 2012 รุ่นใหม่
credit
© ซูซูกิ สวิฟท์ 2012 อีโคคาร์ : All New Suzuki Swift 2012 ECO Car